รับสมัครผู้ประกอบการเข้ากิจกรรมบ่มเพาะวิสาหกิจ (Business Incubation) ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2

รับสมัครผู้ประกอบการเข้าโครงการกิจกรรมบ่มเพาะ จำนวน 2 กิจการประจำปี 2561 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)
เอกสาารใบสมัครเข้าร่วมโครงการ

โครงการกิจกรรมบ่มเพาะวิสาหกิจ (Business Incubation)

ภายใต้ โครงการ “สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม”

ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ประจำปีงบประมาณ 2561

1.  หลักการและเหตุผล

                  ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมาย 
ให้ดำเนิน โครงการ
“เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” (New Entrepreneurs Creation : NEC) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 25๔5 ถึงปีงบประมาณ 2559 และในปีงบประมาณ 2560 นั้นได้เปลี่ยนชื่อโครงการ เป็นโครงการ “สร้างและพัฒนาผู้ประกอบใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม” ซึ่งยังคงดำเนินการพัฒนาแนวคิดของกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มพูนความรู้และขีดความสามารถแก่ผู้ที่จะก้าวมาเป็นผู้ประกอบการใหม่ เพื่อให้สามารถก่อตั้งกิจการได้สำเร็จ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การฝึกอบรม การให้คำปรึกษาแนะนำอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มทักษะการประกอบการเฉพาะด้านโดยให้แนวคิดธุรกิจตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคตามยุค SMEs 4.0 การจัดกิจกรรมสนับสนุนด้านการเงิน การตลาด และเสริมสร้างความเชื่อมั่นหรือลดความเสี่ยงช่วงก่อตั้งกิจการของผู้ประกอบการใหม่

                  แนวคิดในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและอยู่รอดอย่างยั่งยืนให้ธุรกิจใหม่สามารถดำเนินธุรกิจ     ในโลกปัจจุบันได้ในสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการใหม่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริม พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงดำเนินการกิจกรรม “บ่มเพาะวิสาหกิจ” ขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจ ลดอัตราความล้มเหลว ในการดำเนินธุรกิจในช่วงแรกของการจัดตั้งวิสาหกิจ เร่งพัฒนาวิสาหกิจให้อยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคง ผู้ประกอบการใหม่ที่ได้รับคัดเลือกเข้ากระบวนการบ่มเพาะจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีบริการปรึกษาแนะนำในลักษณะพี่เลี้ยงเสริมด้วยกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ ปรับปรุงการทำธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาสินค้าของตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

 2.  วัตถุประสงค์

                  2.1 เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องกับผู้ที่ผ่านการอบรมโครงการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” และโครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม ให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการ และเกิดกระบวนการทำงานใหม่ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
                  2.2 เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการรายใหม่ให้อยู่รอด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

3.  กลุ่มเป้าหมาย  

                  กลุ่มวิสาหกิจภาคการผลิต หรือภาคการบริการ
                  3.1 ผู้ที่ผ่านการอบรมโครงการ “เสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่” (New Entrepreneurs Creation : NEC) หรือ โครงการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งมีการจัดตั้งหรือขยายธุรกิจแล้ว
                  3.2 ผู้ที่เริ่มดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปีแรก หรือทายาทธุรกิจ

4.  สาขาเป้าหมาย

                  **สาขาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม)

**   สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ได้แก่ การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Next-Generation Automotive) 2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart Electronics) 3. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Affluent, Medical and Wellness Tourism) 4. การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ (Agriculture and Biotechnology) 5. อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (Food for the Future)  การเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ประกอบด้วย 1. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ (Robotics) 2. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) 3. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (Biofuels and Bio-chemicals) 4. อุตสาหกรรมดิจิตอล (Digital) 5. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) อ้างอิงข้อมูลจาก www.oie.go.th 

                  โดยในปี 2561 เน้นดำเนินการในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป,อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง อุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข    

5.  พื้นที่ดำเนินการ

                  จังหวัดพิษณุโลก

6.  ระยะเวลาการดำเนินงาน

                  210 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญาจ้าง

7.  ผลผลิต

                  เชิงปริมาณ  ผู้ประกอบการเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมผ่านการบ่มเพาะจำนวนไม่น้อยกว่า 2 กิจการ

                  เชิงคุณภาพ  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ เกิดความพึงพอใจโดยรวม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

 8.  ผลลัพธ์/ตัวชี้วัด

·       ผู้เข้ารับการบ่มเพาะมีศักยภาพในการบริหารจัดการ และเกิดกระบวนการทำงานใหม่       ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ

·       ผู้เข้ารับการบ่มเพาะมีผลิตภาพหรือประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 เช่น
มียอดขายเพิ่มขึ้น ของเสียลดลง ต้นทุนการผลิตหรือต้นทุนด้านพลังงานลดลง เป็นต้น ทั้งนี้ ที่ปรึกษาสามารถเลือกใช้ตัวชี้วัดตัวใด  ตัวหนึ่งหรือหลายตัวได้ ตามความเหมาะสมของสภาพกิจการของผู้เข้ารับการบ่มเพาะ      แต่ละรายตามแผนงานที่นำเสนอหลังจากวินิจฉัยสถานประกอบการของแต่ละราย

9.    ขอบเขตของงานและวิธีการดำเนินงาน

         ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2  จะจัดจ้างหน่วยงานที่ปรึกษา ที่มีความพร้อมในองค์ความรู้และประสบการณ์ ในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการ รวมทั้งมีความพร้อมด้านบุคลากรและสถานที่ในการดำเนินกิจกรรม “บ่มเพาะวิสาหกิจ” ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

9.1      ที่ปรึกษาเตรียมความพร้อมทีมงาน พี่เลี้ยง และ/หรือทีมที่ปรึกษา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง    กับการดำเนินงานเข้าใจในวัตถุประสงค์ และรายละเอียดการดำเนินงาน พร้อมทั้งตัวชี้วัด/ผลที่คาดว่าจะได้รับ       ของกิจกรรมโดยมีรายละเอียดดังนี้

          9.1.1      ที่ปรึกษา จะต้องมีผู้จัดการ หรือที่ปรึกษา ทำหน้าที่ “พี่เลี้ยง” ไม่น้อยกว่า       1 คน หรืออาจมีจำนวนพี่เลี้ยงที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน เพิ่มเติมก็ได้ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและต้องปฏิบัติงานประจำเต็มเวลา(ตามเวลาราชการ) เพื่อทำหน้าที่ให้การดูแลและให้คำแนะนำแก่ผู้เข้ารับการบ่มเพาะอย่างใกล้ชิด

         9.1.2      ที่ปรึกษา จะต้องจัดหาทีมที่ปรึกษาที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะเรื่อง      พร้อมแนบประวัติ คุณสมบัติ และประสบการณ์ของที่ปรึกษาแต่ละรายประกอบด้วย

                     1)   ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรม มีความรู้ ประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านบริหารการเงินและระบบบัญชี ด้านบริหารการตลาด ด้านบริหารการผลิต ด้านบริหารงานบุคคล ด้านบริหารข้อมูลสารสนเทศ และการทำธุรกิจผ่านทาง E-Commerce ด้านกฎระเบียบต่าง ๆ ในการทำธุรกิจ

                     2)   ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคการผลิตและเทคโนโลยีการผลิต ตามสาขาอุตสาหกรรมของผู้เข้ารับการบ่มเพาะ

9.2      ที่ปรึกษาจัดหาสถานที่บ่มเพาะ โดยอาจกำหนดให้ใช้สถานที่หน่วยงานของที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้จัดการหรือที่ปรึกษาศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเป็นศูนย์กลางในการนัดพบระหว่าง พี่เลี้ยง ที่ปรึกษาเฉพาะเรื่อง และผู้เข้ารับการบ่มเพาะวิสาหกิจและอีกส่วนหนึ่งของการให้คำปรึกษาเป็นการให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบการของผู้เข้ารับ     การบ่มเพาะวิสาหกิจในกรณีที่ต้องให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบการของผู้เข้ารับการบ่มเพาะวิสาหกิจ

9.3      ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์เชิญชวนกลุ่มเป้าหมาย โดยอาจใช้สื่อรูปแบบต่าง ๆ อาทิ แผ่นพับ จดหมายส่งตรง จดหมายข่าว แผ่นป้าย ป้ายผ้า ติดตามสถานที่ต่าง ๆ รายการสัมภาษณ์ทางวิทยุหรือโทรทัศน์    สื่อออนไลน์ตลอดจนการจัดสัมมนาแนะนำโครงการ รวมทั้งเว็บไซต์ของหน่วยงานร่วมดำเนินการ ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการประชาสัมพันธ์ คือการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจ   ที่จะสมัครเข้าร่วมกิจกรรม

9.4      รับสมัครและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม “บ่มเพาะวิสาหกิจ” จำนวน 2 กิจการ  โดยที่ปรึกษาจะต้องกำหนดเกณฑ์การคัดเลือก เช่น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมควรมีลักษณะความเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในสาขาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีแนวคิดหรือหรือธุรกิจด้านเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งจัดให้มีคณะกรรมการคัดเลือก ไม่น้อยกว่า 2 ท่าน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  

9.5      ที่ปรึกษาทำการประเมินศักยภาพและวินิจฉัยสถานประกอบการของผู้เข้ารับการบ่มเพาะแต่ละราย โดยวิเคราะห์สภาพที่แท้จริงของการบริหารจัดการในภาพรวม รวมทั้งวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุของปัญหา และความต้องการของผู้เข้ารับการบ่มเพาะ เพื่อกำหนดหัวข้อการพัฒนาประเด็นปัญหาในการบ่มเพาะ         พร้อมกำหนดตัวชี้วัดที่ส่งผลต่อการอยู่รอดหรือการเติบโตของธุรกิจในแนวทางเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม      เพื่อวางแผนการบ่มเพาะหรือปรึกษาแนะนำเฉพาะด้านตามที่ผู้เข้ารับการบ่มเพาะต้องการ  (ตามแบบฟอร์มรายงานการประเมินศักยภาพและวินิจฉัยสถานประกอบการ BI-03)

9.6  ที่ปรึกษาต้องตรวจเยี่ยมสถานประกอบการของผู้เข้ารับการบ่มเพาะทุกราย และกำหนดแผนงาน วิธีการ ในการปฏิบัติงาน พร้อมตัวชี้วัดของผู้เข้ารับการบ่มเพาะแต่ละราย โดยกำหนดระยะการบ่มเพาะรวมทั้งหมด 120 man-hour รวม 2 กิจการ ๆ ละ 60 man-hour

9.7  ที่ปรึกษาให้ความรู้และคำปรึกษาแนะนำตามแผนการดำเนินงานและระยะเวลา         การบ่มเพาะตามจำนวนที่ได้นำเสนอ และจัดทำแฟ้ม/รูปเล่ม พร้อมข้อมูลทั่วไปของผู้รับการบ่มเพาะแต่ละราย บันทึกการดำเนินการ การให้คำปรึกษาแนะนำ ระบุเนื้อหาและผลของการให้คำปรึกษาแนะนำ บันทึกชั่วโมง     การให้บริการและคำปรึกษา เพื่อให้คณะกรรมการกำกับดูแลการจัดจ้างที่ปรึกษา สามารถติดตามงานได้ (ตามแบบฟอร์มรายงานการให้คำปรึกษาแนะนำ BI-04) พร้อมประเมินความก้าวหน้าและความสำเร็จของผู้เข้ารับการบ่มเพาะแต่ละราย เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมบ่มเพาะหรือสิ้นสุดโครงการเพื่อกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาให้การสนับสนุน ผู้เข้ารับการบ่มเพาะต่อไป

9.8      ที่ปรึกษาจัดให้ผู้เข้ารับการบ่มเพาะแต่ละรายนำเสนอ/ประชุม เพื่อแสดงผลงานและรายงานความก้าวหน้าของการเข้ารับการบ่มเพาะ อย่างน้อย 2 ครั้งตลอดโครงการ ดังนี้

          -   ครั้งที่ 1 ผู้เข้ารับการบ่มเพาะนำเสนอผลการประเมินวินิจฉัยสถานประกอบการ สาเหตุปัญหา ความต้องการของผู้เข้ารับการบ่มเพาะ และการวางแผนร่วมกับที่ปรึกษาในการบ่มเพาะพร้อมแผ่นดำเนินการฯ และตัวชี้วัด

          -   ครั้งที่ 2 นำเสนอผลการดำเนินงานเพื่อรายงานความก้าวหน้ากิจกรรมฯ ตามตัวชี้วัดตามแผนการดำเนินงาน

9.9      บันทึกข้อมูลตามแบบฟอร์มต่างๆที่ระบุลงในระบบฐานข้อมูลกิจกรรมบ่มเพาะ(http://nbc.dip.go.th) ตามกำหนดเวลาและรายละเอียดการจัดทำ เพื่อส่งมอบรายงาน พร้อมเอกสารประกอบต่างๆตามที่ระบุในการดำเนินงาน

9.10    ที่ปรึกษาจัดให้มีการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการบ่มเพาะทุกรายตามแบบฟอร์ม BI-05

9.11 ที่ปรึกษาจัดทำการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยการบันทึกวีดิทัศน์และลงประชาสัมพันธ์ใน Social Media จำนวนไม่น้อยกว่า 2 นาทีต่อกิจการ โดยมีเนื้อหา อาทิ แนะนำผู้ประกอบการ และธุรกิจ สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ โดยวีดิทัศน์ที่จะนำเข้าเผยแพร่ที่ปรึกษาจะต้องนำ Logo กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และ Logo โครงการ NEC ปรากฏขึ้นอยู่ในวีดิทัศน์ด้วย พร้อมนำวีดิทัศน์อัพโหลดขึ้น Social Media และนำส่ง URL ลงในระบบ http://nbcsystem.dip.go.th  พร้อมส่งไฟล์วีดิทัศน์ในรูปแบบ CD จำนวน 1 แผ่น

9.12    ที่ปรึกษาจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ของการจัดกิจกรรม “บ่มเพาะวิสาหกิจ” โดยสรุปผลงานภาพรวม พร้อมทั้งสรุปปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุง การดำเนินงานต่อไป โดยจัดทำในรูปของเอกสารอย่างดี จำนวน 5 ชุด และในรูปของไฟล์คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชุด