รับสมัครผู้ประกอบการเข้าโครงการกิจกรรมการพัฒนา SMEs เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพและยกระดับเทคโนโลยีอุตสาหกรร

รับสมัครผู้ประกอบการเข้าโครงการกิจกรรมการพัฒนา SMEs เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่6
ใบสมัครเข้าร่วมโครงการ

รายละเอียดโครงการกิจกรรมการพัฒนา SMEs เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่6
1. หลักการและเหตุผล

อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับภาคการเกษตรในด้านการเพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ การขยายตัวของการลงทุนและการพัฒนาในแต่ละภูมิภาคด้านการเกษตร ด้านการแข่งขันกับต่างประเทศนั้น ประเทศไทยได้เปรียบในด้านความหลากหลายของวัตถุดิบ มีแรงงานที่มีคุณภาพ สามารถผลิตอาหารแปรรูปที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภาครัฐบาลเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้กำหนดอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพเป้าหมาย ที่รัฐบาลต้องการพัฒนาไปในอีก 20 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่โลก พ.ศ. 2559-2564 และโครงการไทยแลนด์ฟู้ดวัลเลย์ มุ่งเป้าให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการผลิตและส่งออกสินค้าอาหารและบริการด้านอาหารอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ที่มีความปลอดภัยและสุขอนามัยสูง

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของไทยประกอบด้วยวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และวิสาหกิจชุมชนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยังขาดความรู้ในการผลิตอาหารให้ได้คุณภาพและมีความปลอดภัย ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตและการบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึงแนวทางการเข้าถึงตลาด ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มและตรงตามความต้องการของตลาดได้ ซึ่งส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้นวิสาหกิจเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพในการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์

          ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ตระหนักถึงปัญหาและความสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร จึงได้จัดให้มีโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปขึ้น โดยการประยุกต์ ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการเพิ่มผลิตภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยอาศัยกระบวนการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาแนะนำ ณ สถานประกอบการ เพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสาขาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปในพื้นที่ให้มีผลิตภาพเพิ่มขึ้นและสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ

 

2. วัตถุประสงค์

         2.1 เพื่อพัฒนาวิสาหกิจสาขาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของไทยให้มีผลิตภาพเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ ลดของเสีย ลดต้นทุน หรือเพิ่มมูลค่ายอดขาย

          2.2 เพื่อพัฒนาวิสาหกิจสาขาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปของไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่ความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพ ความปลอดภัย อายุผลิตภัณฑ์ รูปแบบ รูปลักษณ์ และรสชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

3. กลุ่มเป้าหมาย

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ภาคการผลิต จำนวนไม่น้อยกว่า 5 กิจการ

4. สาขาเป้าหมาย

         อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปที่มีศักยภาพในพื้นที่

5. พื้นที่ดำเนินงาน

          จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์

 

6. ระยะเวลาดำเนินโครงการ             

           210 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

7. วงเงินงบประมาณ             

700,000 บาท (เจ็ดแสนบาทถ้วน)

 

8. วิธีการจ้างที่ปรึกษา

         ดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หมวด 3 ส่วนที่ 2 ข้อ 108(1) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

9. ผลผลิต

 

รายละเอียด

เป้าหมาย

เชิงปริมาณ

วิสาหกิจในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปได้รับการพัฒนาด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และเพิ่มผลิตภาพ

 

ไม่น้อยกว่า 5 กิจการ

เชิงคุณภาพ

ผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อกระบวนการให้บริการ

 

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

10. ผลลัพธ์

 

รายละเอียด

เป้าหมาย (กิจการ)

10.1 จำนวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น

        ตามเกณฑ์ที่กำหนด

-   ลดของเสีย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 หรือ

-   ลดต้นทุน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 6 หรือ

-   มูลค่ายอดขายเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 9

หมายเหตุ ที่ปรึกษาสามารถดำเนินการได้มากกว่า 1 หัวข้อ

10.2 วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์

        ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

 

 

 

 

 

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65

11. ขอบเขตของงานและวิธีการดำเนินงาน

เพื่อให้การพัฒนา SMEs สาขาอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป บรรลุวัตถุประสงค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะจัดจ้างที่ปรึกษาที่มีความพร้อม มีบุคลากร และทีมงานที่มีความรู้ ความสามรถ และประสบการณ์ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ของโครงการ เพื่อให้ SMEs ได้รับการพัฒนาให้สามารถเพิ่มผลิตภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดและพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ดังนี้

11.1 จัดตั้งและเตรียมความพร้อมทีมงาน ที่ปรึกษากำหนดทีมงานและระบุชื่อบุคคลที่รับผิดชอบ การดำเนินงานในด้านต่างๆ เช่น ผู้จัดการโครงการ  ผู้ประสานงาน ผู้ดูแลระบบข้อมูลและเอกสาร รายชื่อ     ที่ปรึกษา หน่วยงานที่รับผิดชอบ สถานที่ติดต่อ โดยระบุรายละเอียดที่สามารถติดต่อประสานงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ได้แก่ ที่อยู่ โทรศัพท์ โทรสาร E-mail รวมทั้งจัดการประชุมชี้แจงเตรียมความพร้อมเพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการดำเนินงานและมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้กับทีมงานและทีมที่ปรึกษา

11.2 จัดทำแผนการดำเนินงานโดยระบุรายละเอียด วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินงาน ตัวชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมและจัดทำ Gantt Chart เพื่อแสดงแผนการทำงานในแต่ละกิจกรรม และระบุผู้รับผิดชอบให้ครบถ้วน รวมทั้งเกณฑ์ในการคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา

11.3 ประชาสัมพันธ์เผยแพร่กิจกรรมผ่านสื่อต่างๆ ไม่น้อยกว่า 3 ช่องทาง พร้อมรับสมัครและคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 5 กิจการ โดยการคัดเลือกต้องมีคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษาเข้าร่วมการพิจารณาร่วมกับที่ปรึกษาด้วย

11.4 ที่ปรึกษาต้องชี้แจงรายละเอียดกิจกรรม ให้กับผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยรายละเอียด ชื่อโครงการ กิจกรรมที่ดำเนินงาน จำนวนชั่วโมงให้คำปรึกษาแนะนำ ระยะเวลาการดำเนินงาน วงเงินงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน และผลประโยชน์ที่ผู้รับบริการจะได้รับ พร้อมจัดทำเป็นเอกสารแจ้งให้ผู้ประกอบการได้ทราบ จัดทำเอกสารรายละเอียดของแผนการดำเนินงานให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และรวบรวมรายละเอียดผู้รับบริการตามแบบฟอร์มที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด (แบบฟอร์ม A1/61) ทั้งนี้ ต้องให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษาเข้าร่วมกับทีมที่ปรึกษาด้วย

          11.5 ประเมินความพร้อมของสถานประกอบการ โดยการสัมภาษณ์และลงพื้นที่วินิจฉัยสถานประกอบการ วิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องพร้อมประชุมร่วมกับผู้บริหารของสถานประกอบการ เพื่อให้เจ้าของสถานประกอบการทราบถึงปัญหาของสถานประกอบการของตนเองจากผลการวินิจฉัยของที่ปรึกษา และจัดทำเป็นรายงานการประเมินสภาพปัญหาและข้อเสนอรายกิจการเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการลำดับความสำคัญ และวางแผนการเข้าให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกต่อไป พร้อมมอบรายงานให้สถานประกอบการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ชุด/กิจการ

11.6 ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก ณ สถานประกอบการ เพื่อพัฒนาทางด้านการเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า และการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ จำนวนไม่น้อยกว่า               10 Man-day/กิจการ หรือ 80 Man-hour/กิจการ (1 Man-day เท่ากับ 8 Man-hour) โดยกำหนดหัวข้อในการให้คำปรึกษาแนะนำ ดังนี้

          - การพัฒนารูปแบบ รูปลักษณ์ รสชาติ คุณภาพ หรืออายุผลิตภัณฑ์ ซึ่งต้องเป็นการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จำนวน        ไม่น้อยกว่า 5 Man-day/กิจการ หรือ 40 Man-hour/กิจการ

           - การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดการลดของเสียและลดต้นทุนการผลิต จำนวนไม่น้อยกว่า 3 Man-day/กิจการ หรือ 24 Man-hour/กิจการ    

- การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านการตลาดในการเพิ่มยอดขายและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ จำนวนไม่น้อยกว่า 2 Man-day/กิจการ หรือ        16 Man-hour/กิจการ

          11.7 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาต้องได้รับการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลทางโภชนาการ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานหรือคุณภาพอาหาร ซึ่งต้องมีเอกสารรับรองผลการทดสอบจากหน่วยงานที่ดำเนินการตรวจสอบ

11.8 เข้าร่วมประชุมบูรณาการกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามความเหมาะสม จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง

11.9 จัดประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานร่วมกับสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และนำเสนอผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา พร้อมจัดทำเอกสารสรุปผลการดำเนินงานโครงการ และผลลัพธ์ของการพัฒนาสถานประกอบการรายกิจการ จำนวนไม่น้อยกว่า 5 กิจการ และดำเนินการวัดผลความพึงพอใจของวิสาหกิจที่เข้าร่วมกิจกรรม และประมวลผลเมื่อจบกิจกรรมตามแบบฟอร์มที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด (แบบฟอร์ม S/61) และดำเนินการจัดเก็บผลลัพธ์ของสถานประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้น ตามแบบฟอร์มที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด (แบบฟอร์ม O1/61)

11.10 จัดส่งรายงานพร้อมนำเสนอผลงานตามรายละเอียดเนื้องานที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างตลอดระยะเวลาการดำเนินงานโครงการอย่างละเอียด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษาตามงวดงานที่กำหนด

11.11 บันทึกข้อมูลผลงานในระบบบันทึกข้อมูลผลงานผู้รับจ้าง http://contractorwork.dip.go.th